แฟนเพจ ร้านค้าออนไลน์ Athlons Store รบกวนเพื่อนๆช่วยกดไลค์ให้ด้วยครับ

มาช็อป @Lazada กันจร้า

จองตั๋วเครื่องบิน

วันพุธที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2559

ญี่ปุ่น ภาค 2 ตะลุยเดี่ยว เที่ยวโตเกียว ตอน 5.1 เดินทางไปฮาโกเน่ด้วยบัตรฟรีพาสฮาโกเน่ (Hakone Freepass) ตั้งต้นที่สถานีรถไฟชินจูกุ


วันนี้เป็นวันที่ 5 ในโตเกียว วันนี้ตื่นเช้ากว่าทุกวันครับ เพราะว่าแพลนจะไปเที่ยวฮาโกเน่ ต้องตื่นเช้าเพราะอยู่ไกล เดี๋ยวจะไปได้ไม่นานก็จะมืดเหมือนตอนไปทะเลสาบคาวากูจิโกะเมื่อครั้งตอนไปญี่ปุ่นครั้งแรก เมื่อคืนพาราเซตามอลช่วยได้เยอะเพราะปวดขาปวดเข่ามากๆครับ โรค AS นี่ไม่ไหวจริงๆ เดินมากก็ปวดไปหมดเดินทีเป็นซอมบี้เลยครับ....เฮ้อ
หลังจากที่ได้มาเซอร์เวย์เคาน์เตอร์ขายบัตร Hakone Freepass แล้วที่สถานีรถไฟชินจูกุเมื่อวันก่อน ก็ไม่กลัวเรื่องหลงทางแล้วละครับ สามารถมาถึงสถานีชินจูกุแล้วเดินไปซื้อจากเคาน์เตอร์หรือเครื่องขายตั๋วอัตโนมัติได้เลยครับ แล้วเดินตรงดิ่งไปที่ทางเข้าเลย จะได้ไม่เสียเวลา
เรื่องพาสนั้น มีให้เลือกตามแต่เราจะไปตรงไหนบ้าง สำคัญๆก็จะมี Hakone Freepass มีให้เลือกแบบ 2 days กับ 3 days ใช้สำหรับไป-กลับฮาโกเน่ ผมใช้แบบ 2 days แต่ไปกลับในวันเดียว ที่ให้ 2 days ขึ้นไปก็เพื่อให้สะดวกกับนักท่องเที่ยวที่สามารถค้างคืนที่รีสอร์ทรอบทะเลสาบอาชิ ฮาโกเน่ได้ แล้ววันรุ่งขึ้นก็ค่อยกลับครับ ส่วนอีกพาสหนึ่งคือ Fuji Hakone Pass พาสนี้ไปทะเลสาบคาวากูจิโกะ ทะเลสาบที่ใกล้ภูเขาไฟฟูจิมากที่สุดเพิ่มได้ด้วย คือไปได้ทั้ง 2 ทะเลสาบ แต่ต้องไปและกลับอีกทางนะครับ ไปกลับทางเดียวไม่ได้
แล้วถ้าใครชอบนั่งรถไฟขบวนที่สามารถชมวิวได้กว้างๆ สายนี้ก็มีให้คือ Romancecar เป็น Limited Express Train ที่ต้องจองนะครับ จ่ายเงินเพิ่มนั่นเอง วิ่งจากสถานีชินจูกุยาวไปถึงสถานี Hakone-Yumoto ไม่ต้องลงที่สถานี Odawara แบบรถไฟท้องถิ่นปกติแบบที่ผมจะขึ้นนี่หล่ะครับ
เป็นที่น่าเสียดายว่า พื้นที่ที่มีกำมะถันสูงในย่าน Owakudani ที่ใครๆมาที่ฮาโกเน่นี้ก็เพื่อมาชิมไข่ดำที่นี่นั้น ณ ตอนที่ไปมีการระเบิดของภูเขาไฟครับ ทำให้ตัวกระเช้าที่ต้องผ่านพื้นที่ดังกล่าว 2 สถานีด้วยกันไม่สามารถดำเนินการได้(เหมือนกับตอนไปภูเขาไฟอะโสะครั้งแรกที่ไปญี่ปุ่นเลย) เลยต้องใช้รถบัสแทนในเส้นทางบางช่วงของกระเช้าครับ ฮือๆ น่าเสียดายมากๆ อดกินไข่ดำ อดอายุยืนเลย โอเค...ถ้าพร้อมแล้วก็ไปกันเลยครับ

DAY5 (13 มกราคม  2559) : Ueno - JR Yamanote Line - Shinjuku - Odawara - Hakone-Yumoto - Gora - Sounzan - Ubako - Togendai-ko - Hakone-Machi-ko - Back to Shinjuku - Asakusa - Ueno


เช้านี้อากาศสดใสมากๆ ไม่เหมือนเมื่อวานที่มีฝนตกพรำๆและหนาวมากๆ วันนี้ตื่นเช้ากว่าปกติ 8.39 น.ก็เดินจากที่พักมาฝั่งขวาของถนนไปสถานีอิริยะ เช้านี้เลยได้เห็นคนทำงานออกไปทำงานเยอะกว่าวันก่อนๆ


มาถึงที่สถานีอูเอโนะแต่เปลี่ยนจากรถไฟใต้ดินมาใช้บริการรถไฟ JR สาย Yamanote Line บ้าง เพราะบัตร 3 day pass ของใต้ดินหมดไปแล้วเมื่อวานนี้ รอรถไฟเพื่อจะไปสถานีชินจูกุครับ สายนี้วิ่งเป็นวงกลมรอบโตเกียวชั้นใน และมี 2 เส้นทางคือวิ่งตามเข็มกับวิ่งทวนเข็มนาฬิกาดูดีๆนะครับ ว่าฝั่งไหนจะได้ใช้เวลาที่สั้นลง เลือกใช้สาย JR Yamanote Line(Inner loop)  for OSAKI ใช้เวลา 26 นาทีก็ถึงสถานีชินจูกุครับ


มาถึงสถานีชินจูกุแล้ว เลือกซื้อพาสจากเครื่องขายตั๋วอัตโนมัติโดยใช้บัตร PASMO จ่ายเงินครับ Free Hakone Pass ราคา 5,140 เยน ขึ้นมาเล็กน้อยจากเดิม 5,000 เยน
ก่อนจะไปถึงฮาโกเน่ เราต้องศึกษาเส้นทางรถไฟและพาหนะอื่นๆว่ามีอะไรบ้างจะได้ไม่งงเพราะเส้นทางนี้งงสุดๆแล้วนะครับ เพราะมีเส้นทางที่ต้องต่อหลายต่อแถมยังมีพาหนะหลายชนิดกว่าจะถึงทะเลสาบอาชิที่ไปล่องเรือโจรสลัดอีกด้วย ฉะนั้น ผมจะสรุปคร่าวๆว่าเส้นทางจากไหนไปไหนใช้พาหนะอะไร, เวลาประมาณ โดยจะอ้างอิงการใช้พาสฮาโกเน่ นั่งรถไฟท้องถิ่นจากสถานีชินจูกุไปครับ (ดูแผนที่ประกอบ)
1.จากสถานีชินจูกุ (Shinjuku) ไปสถานีโอดาวาระ (Odawara) รถไฟท้องถิ่น (Local train) สาย Odakyu Odawara Line Exp. for ODAWARA  เวลา 97 นาที
2.จากสถานีโอดาวาระ (Odawara) ไปสถานีฮาโกเน่-ยูโมโตะ (Hakone-Yumoto) รถไฟสาย Hakone Tozan Railway  for HAKONE-YUMOTO  เวลา 14-17 นาที
3.จากสถานีฮาโกเน่-ยูโมโตะ (Hakone-Yumoto)  ไปสถานีโกรา (Gora) รถไฟสาย Hakone Tozan Railway  for GORA  เวลา 39-45 นาที
4.จากสถานีโกรา (Gora) ไปสถานี Sounzan Cable Car สาย Hakone Tozan Cable Car  for SOUNZAN  เวลา 10 นาที
5.จากสถานี Sounzan ไปสถานีอูบาโกะ (Ubako) รถบัส แทน กระเช้า สาย Hakone Ropeway for Togendai-ko  เวลา 12 นาที
6.จากสถานีอูบาโกะ (Ubako) ไปสถานีโทเกนไดโกะ (Togendai-ko) กระเช้าสาย Hakone Ropeway for Togendai-ko  เวลา 11 นาที
ถ้าพอเข้าใจเส้นทางบ้างแล้ว ก็ตามไปขึ้นรถไฟ Odakyu ที่สถานีชินจูกุกันเลยครับ


ได้ขึ้นรถไฟที่สถานีชินจุกุเวลา 9.40 น. เป็นรถไฟท้องถิ่นสาย Odakyu Odawara Line Exp. for ODAWARA
ปล.น้องผู้หญิงห้อยตุ๊กตาหมีพูอละอีกอันไม่แน่ใจว่าอะไรน่ารักดีครับ


อันนี้เป็นบัตรพาสฮาโกเน่ (Hakone freepass) เริ่มใช้ได้วันที่ 13 มค. 59 ถึง 14 มค. 59 ครับ


 วิวระหว่างทาง ทุ่งหญ้าสีเหลืองเขียว


ใช้เวลา 97 นาทีก็มาถึงสถานีโอดาวาระ (Odawara) แล้วครับ ถ้าใช้นั่งรถไฟแบบ Romancecar ไม่ต้องลงสถานีนี้นะครับ ไปลงโน่นเลย Hakone-Yumoto สังเกตกันนะครับว่า ขึ้นบันไดไปทางออกและไปเปลี่ยนรถไฟสายอื่นที่ไม่ใช่ของ Odakyu คือ Tokaido line และ Shinkansen นะครับ ส่วนถ้าไปขึ้นรถไฟ Odakyu ต่อ คือสาย Hakone Tozan Railway นั้นเพื่อไปลงสถานี Hakone-Yumoto ก็ให้เดินผ่านไปข้างหน้าเลยครับ ไม่ต้องขึ้นบันไดไป ซึ่งผมพลาด ดันซื้อแซนวิชแล้วขึ้นบันไดไปครับ เลยหลงทางอีกแล้ว


 นี่ครับ ผมแวะซ์้อแซนวิชมาทานมื้อเช้า เพราะยังไม่มีอะไรรองท้องเลย ราคา 240 เยน



พอซื้อเสร็จก็ดันขึ้นบันไดมา แล้วก็เลยออกไปทางออกนี้ครับ ซึ่งจริงๆไม่ต้องออกไปทางนี้นะครับ ผมเผลอออกไปเอง ผิดๆ


แล้วก็ไปถ่ายรูปบริเวณข้างนอก ตอนนี้ยังไม่รู้ว่าออกมาผิด ต้องเข้าไปใหม่ กว่าจะรู้ก็ยาวเลย ไปโน่นนี่ไกลเลยแฮะ สุดท้ายก็ต้องกลับเข้ามาข้างในใหม่อีกครั้ง แย่จริงๆ หลงตลอด


ก็นี่หล่ะครับ เข้ามาใหม่อีกครั้งแล้วลงบันไดอีกที ไปตามป้ายที่บอกคือชานชาลา (Platform) 11 ไปโน่นทางขวามือเลย


คงขบวนนี้แหล่ะครับ เขียนว่า Hakone-Yumoto สีแดงแปร๊ดเชียว ขนาดคนญี่ปุ่นเองยังถามเลยครับ งั้นเราก็ไม่ต้องห่วง


อ้าวเฮ้ย...ประตู้ทำไมปิดแล้วเนี่ย รีบๆ พอดีประตูใกล้ๆผมยังไม่ปิดครับ แต่มัวแต่ถ่ายรูปอีกนะ 555


เข้ามาในตู้โดยสารแล้ว ได้ที่นั่งก็ควักแซนวิชออกมาทานเลยครับ เพราะต้องกินยาด้วย ผู้ชายที่กำลังนั่งดูแผนที่และผู้หญิงด้านหลังเป็นคนไทยครับ ได้ยินคุยภาษาไทยกัน อิอิ ส่วนผมไทยแต่ไม่แสดงออก ฮ่าๆๆ


 โอ้ว...อะไรกันเนี่ย แต่งชุดอย่างกับมนุษย์ต่างดาว อ๋อ...คงมาซ้อมดับเพลิงนี่เอง คิดว่ามีอะไรกันครับ เห็นมีเครื่องดูดน้ำจากลำธารวางอยู่


แล้วก็ถึงสถานี Hakone-Yumoto แล้วครับ ลงมาก็เจอกับขบวนรถไฟ Romancecar Super Express 50000 จอดอีกรางขนานกันพอดีเลย


ภายในดูดีมากๆครับ แต่ไม่จำเป็นสำหรับผม 555


แล้วก็เดินต่อไปข้างหน้า ไปขึ้นรถไฟอีกขบวนหนึ่ง คงเป็นชานชาลาที่ 3,4 นี่แหล่ะ ที่เขียนว่า For Gora/Sounzan


แต่เอ๊ะ...เห็นคนข้างหน้าเขาวิ่งกัน อ้าว...ผมก็ต้องวิ่งด้วยสิ กลัวจะไม่ทันขบวนนี้ สีส้มแสบๆอีกแล้ว แหม...สีสันแสบทรวงจริงๆสาย Odakyu เนี่ย


ได้ที่นั่งติดกับห้องบังคับขบวนรถไฟซะด้วย จะได้ถ่ายวิวด้านหน้าสวยๆเลย โชคดีมากๆ สายนี้จะขึ้นเขาไปเรื่อยๆ ทำความเร็วไม่ได้มากนัก และมีทั้งวิ่งไปทั้ง 2 ทิศทางของตัวตู้รถไฟเลย เนื่องจากมีการเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่ของรถไฟบนเขาครับ


ช่วงนี้หลุดมาจากอุโมงค์แล้ว และจะเข้าอุโมงค์อีกครั้ง


มาชมวิดีโอคลิปกันครับ ช่วงที่เข้าและออกอุโมงค์


คราวนี้วิ่งไปทิศตรงกันข้ามกับสักครู่นี้ คนเลยหันไปอีกทางของตู้รถไฟ ตอนนี้รถไฟกำลังเข้าอุโมงค์ด้วย ในตู้รถไฟเลยเปิดไฟสว่างโล่เลยครับ แปลกมั้ยๆ อิอิ
ปล.หญิงและชายที่นั่งทางขวามือผมเป็นคนไทยอีกแล้วครับ อิอิ มาเป็นคู่ส่วนผมมาเดี่ยว


และก็มาหยุดเพื่อสับหลีกทางให้กับรถไฟที่กำลังลงมาอีกขบวนครับ


เปลี่ยนทิศทางจากรางด้านขวาเพื่อขึ้นเขาไปตามรางด้านซ้ายมือครับ


แล้วก็มารอสวนกับอีกขบวนที่ลงเขามาครับ รถไฟสายนี้สนุกก็ตรงนี้หล่ะครับ 555


 12.33 น.ก็จะถึงที่สถานีโกระ (Gora) แล้วครับ


พอถึงสถานี Gora ก็เดินออกจากสถานีมาเลย แต่แล้วก็ต้องเดินกลับเข้าไปใหม่ 555


เดินเข้าไปสถานี Gora ไปใหม่อีกครั้ง จริงๆเขามีทางเดินเชื่อมไปขึ้น Cable Car เพื่อไม่ต้องเดินออกสถานีไปนะครับ แต่ตอนนั้นมันงงๆ เดินตามคนอื่นเขาไปด้วย


เจ้าหน้าที่เวลายืนยังต้องเอียงไปข้างหลังเพื่อบาลานซ์ตัวเองเลยครับ เพราะทางมันชั้นไปทางซ้ายมือครับ


ไม่นานนัก Cable Car ก็แล่นลงมาแล้วครับ เตรียมตัวขึ้นกันได้


ผมเดินขึ้นไปด้านบนใกล้ตู้แรกๆดีกว่า ที่จริงคนมายืนออกันที่ตู้ใกล้ๆทางเข้าครับ เลยต้องเดินหนีไปข้างบน


แต่ก็คุ้มนะครับ ได้ที่นั่งวิวด้านหน้าอีกแล้วฮะ อิอิ แหงนมองป้ายเตือนด้านบนที่แจ้งว่า กระเช้าจากสถานี Sounzan ไปยังสถานี Ubako หยุดเดินเนื่องจากภูเขาไฟที่ปะทุขึ้นมานะครับ ซึ่งผมทราบมาแล้ว


วิวด้านหน้าอีกแล้ว เยี่ยมๆ


ก็เลยได้ถ่ายคลิปวิดีโอการเดินของ Cable Car มาแบบไม่ติดหัวใครทั้งนั้น นี่แหล่ะข้อดีครับ


มาถึงช่วงกลางทางที่ต้องสับหลีกรถไฟขาลงมาอีกขบวนครับ


13.02 น.ก็มาถึงยังสถานี Sounzan แล้วครับ เปิดให้คนลงฝั่งขวามือ ส่วนคนขึ้นใหม่ก็จะขึ้นฝั่งซ้ายมือหลังคนลงหมดก่อน


ผมรอลงคนสุดท้ายเพื่อจะรอถ่ายภายในตู้ Cable Car ครับ


อย่างที่ทราบนะครับ กระเช้าปิดบริการช่วงจากสถานี Sounzan ถึงสถานี Ubako เนื่องจากภูเขาไฟปะทุช่วงดังกล่าว จึงจัดรถบัสไปส่งที่สถานี Ubako แทนครับ


มาต่อแถวเพื่อรอรถบัสไปส่งที่สถานี Ubako ตรงนี้ก่อนครับ


รอประมาณ 8 นาทีก็มีรถเข้ามาจอดด้านนอก พร้อมขึ้นรถแล้วครับ ข้างนอกนี่อากาศหนาวจริงๆ


ก่อนที่จะออกไปขึ้นรถบัส มีเจ้าหน้าที่แจกอะไรสักอย่าง ไม่ได้บอกว่าอะไร แต่ผมก็รับมาก่อนครับ อ๋อ ให้หยิบเองในตระกร้า หยิบมา 1 อัน เพิ่งมาอ่านดูในรถ เขียนว่า Pocket Warmer คงจะทำให้มืออุ่นสักอย่างนี่แหล่ะเพราะผมก็ไม่เคยเจอไม่เคยใช้แบบนี้มาก่อน งงๆเหมือนกันว่าใช้ยังไง แกะพลาสติกออกแล้ว ผมยังเกือบจะแกะถุงข้างในมันอีก เกือบไปแล้ว เห็นคนอื่นเขาแกะแต่ซฮงพลาสติกแล้วเอามาถูกับมือครับ เขย่าๆด้วย เลยทำมั่ง เออ....มันร้อนขึ้นแฮะ คราวนี้ใช้เป็นแระ 555 เกือบแงะออกมาจนเสียซะงั้นเรา


รถแล่นขึ้นเขาไปเรื่อยๆครับ เห็นมีเศษขาวๆตรงข้างทาง นี่น่าจะเป็นหิมะแน่ๆเลยครับ หนาวซะขนาดนี้


รถใช้เวลา 12 นาทีก็มาถึงยังสถานี Ubako แล้วครับ คราวนี้แหล่ะ ได้นั่งกระเช้าไฟฟ้ากันสักที แต่เสียดายเล็กน้อยไม่ได้ไปชิมไข่ดำที่สถานี Owakudani


ผมเปิ่นอีกแล้ว ดันไปขึ้นบันไดอีกทาง ซึ่งมันเป็นทางออกของอีกฝั่งครับ โดนให้ลงมา ก็เลยต้องมาขึ้นตรงบันไดฝั่งนี้ อิอิ


ขึ้นไปชั้น 2 ได้ชมวิวภูเขาไฟฟูจิผ่านหน้าต่างแบบชัดและสวยมากๆครับ


ซูมไปดู ฟูจิซังแบบชัดสุดๆไปเลย ครั้งนี้ไม่ค่อยตื่นเต้นมากๆแบบครั้งแรกที่เห็นนะครับ ครั้งนั้นกระดี๊กระด๊าสุดๆบนรถไฟชินคันเซ็น เพราะได้เห็นด้วยตาก็ครั้งแรกเลย


เก็บภาพฟูจิซังเสร็จก็มาเข้าคิวรอกระเช้าครับ ข้างหน้าเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยววัยรุ่นเกาหลีใต้ที่มาเที่ยวญี่ปุ่น


กระเช้าคันหนึ่งจุคนได้ 8-10 คนเลยนะครับ กระเช้าที่ผมจะขึ้นมาถึงแล้ว


ได้ขึ้นกระเช้าแล้ว อิอิ นึกถึงตอนไปนั่งที่ดาลัด เวียดนามใต้ เลยครับ แต่คนละบรรยากาศกัน ส่วนชาวเกาหลีก็เซลฟี้กันไป


วิวภูเขาไฟฟูจิที่สามารถมองเห็นได้จากกระเช้าครับ ได้อีกมุมมองหนึ่งและบรรยากาศหนึ่ง


ซูมไปใกล้ๆซิ ฟูจิซังไม่ว่ามุมไหนๆก็สวยและมีมนต์เสน่ห์นะครับ


มองย้อนกลับไปกับเส้นทางกระเช้าที่เราได้ผ่านมาครับ สูงไม่ใช่เล่น


คงใกล้ถึงสถานีเต็มทีแล้ว เห็นทะเลสาบอยู่ใกล้ๆ


จังหวะแล่นข้ามถนน ใกล้แลนดิ้งเต็มที


ถึงแล้วครับ สถานี Togendai-ko สถานีสุดท้ายของกระเช้า ณ เวลา 13.41 น. เดินวนตามทางไปออกฝั่งตรงข้ามโน้น


แล้วก็ลงมารอลงเรือโจรสลัดที่บริเวณนี้ทางฝั่งขวามือสุด แต่ไม่ต้องเข้าคิวซื้อตั๋วอีกนะครับ เพราะมีพาสฮาโกเน่แล้ว คิวที่เห็นไว้สำหรับคนซื้อตั๋วปกติธรรมดาไม่มีพาสครับ แต่ถ้าใครยังไม่อยากลงเรือ หาดูของฝาก หรือทานอาหารได้ที่ร้านขายของใกล้ๆกันก่อนครับที่ชั้น 2 แล้วค่อยลงมารอลงเรือก็ได้ครับ
แล้วไว้ติดตามตอนย่อยต่อไป จะพาไปลงเรือโจรสลัดล่องทะเลสาบอาชิกันครับ


เห็นว่าบทความนี้น่าสนใจ รบกวนกดแชร์ด้วยครับ

Booking.com

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น