หลังจากเมื่อคืนนอนหลับบ้างไม่หลับบ้าง ไม่รู้เป็นอะไร ก็ต้องตกใจตื่นจากเสียงมือถือที่ตั้งปลุกไว้ตี 4 ครึ่ง อืมม....ทำไมอากาศมันช่างหนาวอย่างนี้นะ ลุกขึ้นไปอาบน้ำแล้วแล้วเตรียมตัวขับรถออกจากลานจอดตอนตี 5 ดีนะที่มีน้ำอุ่น ไม่งั้นคงต้องขอบายไม่อาบเหมือนกัน
เราเตรียมอุปกรณ์อย่างครบครัน ลืมไม่ได้เลยคือขาตั้งกล้องพร้อมแบตเตอรี่อีก 1 ชุด เราเลือกที่จะไม่ขึ้นรถของที่พักเนื่องจากไหนๆก็ขับรถมาแล้ว แค่นี้ก้ต้องขับไปได้ เส้นทางขึ้นไม่มีปัญหาเนื่องจากเมื่อวานได้ไปสำรวจมาเรียบร้อย
แพลนหลังจากขึ้นภูชี้ฟ้า คงไปตามหาดอยนางพญาเสือโคร่งตามที่ใครๆเขาไปเก็บภาพกันมา แน่นอนว่าคือดอยแม่สลองที่คิดว่าน่าจะยังมีหลงเหลืออยู่บ้าง ขอแค่นั้นจริงๆ จากนั้นคงขับต่อไปดอยตุงโดยไม่ออกถนนพหลโยธิน ซึ่งผมแปลกใจมากๆที่ใครๆไปสองสถานที่นี้แล้วขับออกไปถนนใหญ่แล้ววกกลับมาอีกทางหนึ่ง มันมีเส้นทางต่อไปถึงกันได้อย่างสบาย เพียงแต่ทางอาจชันบางช่วงเท่านั้น คราวนี้เสร็จจากดอยตุงคงต้องดูเวลาอีกทีว่าจะไปไหนได้อีกบ้าง เพราะเราต้องไปคืนรถที่ตัวเมืองเชียงรายก่อนทุ่มครึ่ง ใจอยากไปแม่สายและต่อด้วยเชียงแสนอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่พลาดในวันแรก
แล้วมาดูกันว่าแพลนทั้งหมดจะทำได้มากน้อยแค่ไหน
สังเกตคนช่วงเวลานี้ยังไม่คึกคักเท่าไหร่ น่าจะมาจากคนส่วนใหญ่ได้มาเที่ยวกันแล้วช่วงต้นปี
เราไปถึงลานจอดรถของวนอุทยานภูชี้ฟ้าตอน 5:25 น. เด็กเดินมาขายถุงมือผ้ากับเรา โดยบอกว่า "ข้างบนมีลมอากาศหนาวมาก พี่ไม่ซื้อไปใส่เหรอ ?" ตอนแรกผมจะซื้อคู่เดียวโดยผมไม่เอา แต่สุดท้ายก็ต้องจำนนด้วยเหตุผลของน้องเขา ท่าทางอากาศด้านยอดภูคงจะหนาวกว่านี้จริงๆ
ทางขึ้นภูไปจุดสูงสุดประมาณ 700 เมตร มืดๆ สภาพเส้นทางดีกว่าที่คิดไว้เยอะ เกลี่ยดินอัดแน่นซะอย่างดี คิดว่าเป็นทางขรุขระซะอีก
เราขึ้นไปภูชี้ฟ้าเป็นอันดับต้นๆของวันนี้เลยนะเนี่ย เส้นทางไม่มืดมากเนื่องจากวันนี้เป็นพระจันทร์เต็มดวง พอที่จะสาดแสงส่องสว่างมายังทางเดินให้คลำทางไปได้
แน่นอนว่าเราไม่เดินขึ้นไปจุดสูงสุดของภู ณ เวลานี้แน่ๆ เพราะต้องการที่จะจองพื้นที่ถ่ายรูปพระอาทิตย์ขึ้นตรงจุดด้านขวาของภู ซึ่งมีเพียงนักท่องเที่ยว 3-5 คนรวมกับมัคคุเทศน้อยมาจับจองไว้แล้ว แต่ยังมีเนื้อที่เหลือสำหรับเราได้ตั้งขาตั้งกล้องไว้ก่อน รอเพียงที่จะบันทึกภาพช็อตสำคัญของวัน ณ ภูชี้ฟ้า
ทุกทคนที่มาที่นี่นั่งรอแบบหนาวๆอย่างสุดขั้วกันทุกคน ดีนะที่ผมซื้อถุงมือ ไม่งั้นมือชาแน่ๆ น้องๆเด็กๆที่เป็นมัคคุเทศก็คอยเล่าเรื่องสนุกๆกับรายละเอียดของภูชี้ฟ้าให้นักท่องเที่ยวที่จ้างน้องเขามาฟัง เราพลอยได้รับความรู้ด้วย ส่วนพี่ที่จ้างมัคคุเทศก็ตลกซะไม่มี ล้อเลียนน้องเขาที่พูดไทยไม่ชัด แต่สนุกๆ ไม่ซีเรียสแต่อย่างใด และน้องมัคคุเทศได้เอาปัญหามาทายเพื่อเป็นการฆ่าเวลา สนุกๆปนขำๆ จนเวลาล่วงเลยไปถึง 6 โมงเกือบครึ่งก็ยังไม่มีวี่แววที่พระอาทิตย์จะโผล่ขึ้นมาเลย เฮ้อ....หรือวันนี้สภาพอากาศไม่ดีซะแล้ว จะอดหรือเปล่าเนี่ยเรา พอมีแสงมาหน่อยก็ต้องรีบชักภาพเก็บไว้
อีก 5 นาที 7 โมงเช้า แสงออกมาสว่างโล่แล้ว แต่ยังไม่เห็นดวงอาทิตย์สักดวงเลย สงสัยวันนี้ฟาล์ว ! เราเลยเก็บขาตั้งกล้องแล้วเดินขึ้นไปยังจุดสูงสุดของภู นักท่องเที่ยวหลายคนก็คงผิดหวังเหมือนกัน
ทะเลหมอกก็เห็นได้แค่นี้ ผิดหวังจริงๆ เราไปมานักต่อนักแล้วแต่ยังไม่เคยได้เห็นทะเลหมอกที่เขาว่ากันว่าสวยงามเลย ที่ห้วยน้ำดังก็ทีหนึ่งแล้ว ฟ้าปิดตลอด สงสัยไม่มีโชคกับทะเลหมอกของภาคเหนือ
ภาพนี้ให้บรรยากาศว่าภูมันชี้ฟ้าออกไปจริงๆ เราได้ความรู้จากน้องมัคคุเทศมาใหม่ว่า ก่อนหน้านี้ปลายยอดภูชี้ฟ้ายาวกว่านี้ แต่ด้วยฟ้าผ่าหรืออะไรไม่ทราบเลยหักลงมา 20 เมตร เลยเหลือเท่าที่เห็น
เด็กๆชาวเขาแต่งตัวเต็มยศเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายรูปคู่ แล้วแลกด้วยสินน้ำใจ พอดีผมไม่มีเศษตังค์เลยไม่ได้ขอถ่ายด้วย แต่แอบเก็บภาพด้านหลังละกัน ไม่เสียเงินด้วย ฮ่าฮ่าฮ่า
เราเริ่มเดินลงจากภูชี้ฟ้าประมาณ 8 โมงเช้า ก่อนลงมาก็ไปสำรวจยอดภูอีกครั้งเป็นครั้งที่สอง มองเห็นเทอร์โมมิเตอร์แบบกระปุกอ่านค่าได้ 9 องศาเซลเซียส แล้วตอนตี 5 ที่เราขึ้นมารออุณหภูมิจะต่ำลงไปถึงแค่ไหนนะ
ลงมาก็แวะทานข้าวที่ร้านกาแฟสดร้านเดิมที่แวะช่วงบ่ายของเมื่อวาน สั่งกาแฟเอสเปรสโซ่ 1 แก้วแก้หนาว
อาหารเช้าผมสั่งแบบอเมริกันอีกแล้วเนื่องจากติดใจจากที่บ้านตำมิละ ส่วนแฟนผมสั่งข้าวต้มหมูธรรมดา
เป็นอย่างที่คุณ clinker ได้บอกไว้จริงๆคือ มีป้ายเขียนว่า "ดอกทิวลิปหมดแล้วครับ" โถ่....หลอกกันไม่ได้หรอกครับ เราจอดรถด้านบนและเดินลงไปดูให้เห็นกับตา นั่นแน่....ยังมีปลูกจริงๆด้วย แต่เขาไม่ให้คนเข้าไปดูข้างในแล้ว คงทำได้เพียงเอากล้องถ่ายผ่านรูที่ขาดเล็กๆของมุ้งที่คลุมเรือนเพาะนี้อยู่ เห็นดอกสีเหลืองเยอะมากที่สุด และกำลังออกดอกอยู่พอดี
มาดูกันใกล้ๆ ใช้พลังซูมแบบออพติคอลของกล้องจนสุดแล้ว เทคนิคการถ่ายก็คือ เอากล้องสอดเข้าไปใต้มุ้งที่คลุมอยู่แล้วยกขึ้นถ่าย โฮๆๆๆ....ใช้ได้เหมือนกันนะ
12:47 น.ก็มาถึงสามแยกกิ่วสะไตเลี้ยวขวาเข้ามาเพื่อไปยังดอยแม่สลอง สภาพถนนใหม่กว่าครั้งก่อนที่เราเคยมา แต่ความชันนั้นก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง
ถ้วยซ้ายเป็นชาโสม ถ้วยขวาเป็นชาอู่หลงก้านอ่อน ผมชอบรสชาติชาอู่หลงมากกว่า
เราสั่งเพียงขาหมูหมั่นโถวเท่านั้น กับชาร้อนที่เสริฟฟรีตลอด แต่ครั้งนี้รู้สึกเอียนๆเลี่ยนๆยังไงไม่รู้ หรืออาจเพราะมึนจากการขับรถมาก็เป็นได้ เลยทานแบบพอให้หมดไป เสร็จแล้วก็ไปตามหาดอกนางพญาเสือโคร่งหรือรู้จักในนามดอกซากุระเมืองไทยให้ได้ แต่อานันดันบอกกับเราว่าโรยไปหมดแล้ว เลยผิดหวังเล็กน้อย
แต่สุดท้ายก็มีให้เรายลโฉมจนได้ จึงไม่รีรอที่จะรีบจอดรถและเดินถอยมาถ่ายรูปไว้ ต้นนี้รู้สึกจะมีเยอะที่สุด แต่ก็เริ่มโรยไปแล้วเช่นกัน
สวยๆ แต่ซุมได้แค่เนี๊ย
แวะจอดรถถ่ายรูปสวนสวยที่ดอยหมอกดอกไม้ซะหน่อย ไอ้สัญลักษณ์แบบนี้ มาปีไหนก็เป็นแบบเดิม เปลี่ยนมั่งก็ดีไม่น้อย
เราเดินทางต่อไปยังดอยตุง ถึงที่นั่นเกือบบ่ายสามครึ่ง เนื่องจากมาแล้วถึง 2 ครั้งล่าสุดก็ปีที่แล้ว เราเลยไม่เข้าไปดูที่ใดๆเลยทั้งสามสถานที่ แต่ถ่ายรูปดอกไม้สวยๆที่โชว์อยู่ระหว่างทางเดินฟุตบาทมาแค่นั้น เงินก็ไม่เสีย
ตุง สัญลักษณแห่งล้านนา
ดอกไม้สีสันสวยๆ กลางทางเดิน
เราทานเครื่องดื่มที่ดอยตุงเสร็จก็เคลื่นรถต่อไปยังแม่สาย โดยครังนี้ไม่ได้แวะพระธาตุดอยตุง จุดหมายคือวัดพระธาตุดอยเวา เราจอดรถไว้ข้างหน้าก่อนถึงวัดด้วยซ้ำ เลยคราวนี้คงต้องเดินขึ้นบันไดหล่ะครับ แต่จะไม่ขึ้นก็ได้เพราะมีรถมอเตอร์ไซด์รับจ้างไปส่งด้านบนโดยคิดราคา 10 บาท/คน สำหรับผมเหรอ....ฮ่าๆๆ ยากที่จะได้เงินจากผมไป เดินขึ้นไปเองดีกว่า แต่พอขึ้นไปถึง โห....ชันชะมัดเลย เล่นเอาหอบแฮ่กๆเลย
ขึ้นไปด้านบนจะมีรูปปั้นแมงป่องขนาดใหญ่อยู่ ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าทำขึ้นมาด้วยเหตุประสงค์ใด
เย็นนี้จะมีอะไรดีไปกว่าการได้นั่งทานอาหารพื้นเมืองอร่อยๆในบรรยากาศดีๆที่ร้านสลุงคำแห่งนี้ โดยกะว่าทานเสร็จก็ไปคืนรถที่เช่ามาพอดีทันทุ่มครึ่งแน่นอน
ยามค่ำคืนในตัวเมืองเชียงรายมีโคมไฟตุงห้อยระย้าสวยงามเช่นกัน
สุดท้ายก็ได้เวลาขึ้นเครื่องแล้ว(เห็นพระจันทร์ดวงสีขาวด้านบนนั่นไหม ? สวยจริงๆนะ) คงต้องบอกลาเมืองเจียงฮายเหนือสุดในสยาม แบบไม่ได้ตั้งใจมาหนาวไว้เพียงเท่านี้ครับ ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาชมและลงชื่อทักทายกัน มีความสุขกับการเดินทางในแต่ละก้าวของท่าน ราตรีสวัสดิ์ครับ _/\_
==========
เครดิตสำหรับเพื่อนๆที่ให้ข้อมูล
-แนะนำเรื่องที่เที่ยวที่บ้านห้วยทราย ฝั่งลาว ตรงข้ามเชียงของ
เ ม ฆ ค รึ่ ง ฟ้ า ---> ขอบคุณครับ
Art999. ---> ขอบคุณครับ
^_^! TicketID:134494 ---> ขอบคุณครับ
TooNew ---> ขอบคุณครับ
ใช้ชีวิตอย่างพอเพียง ---> ขอบคุณครับ
แนะนำร้านเช่ารถในเชียงราย
ouise ---> ขอบคุณครับที่กรุณาแนะนำร้าน northwheel แต่แพงไปหน่อย ผมเลยไปร้านพลศักดิ์ครับ
[b]Clinker ---> ขอบคุณครับที่กรุณาแนะนำร้านหลายร้าน รวมทั้งเคล็ดลับเล็กน้อยในการใช้มือถือที่ภูชี้ฟ้าด้วย อ๊ะ ช่วยบอกว่าสถานีเกษตรที่สูงดอยผาหม่นยังมีดอกทิวลิปอยู่ เลยไม่เสียเที่ยวจ้า
mini_miney ---> ขอบคุณครับที่กรุณาแนะนำร้านพลศักดิ์ ซึ่งผมก็ได้ใช้บรการแล้ว ไม่แพงและดีด้วย
แนะนำโปรแกรมเที่ยวในเชียงรายและร้านอาหาร
พี่เสือ ---> แอบเก็บข้อมูลโปรแกรมเที่ยววัดในตัวเมืองเชียงราย หลายคนไปเชียงรายไม่ค่อยได้ไปไหว้พระที่วัดในตัวเมืองเท่าไหร่
กะแลม ---> ขอบคุณครับที่กรุณาบอกข้อมูลพิพิธภัณฑ์เล่นได้ ของเล่นโดยพ่ออุ้ยแม่อุ้ยที่ อ.แม่สรวย แถมยังแนะนำลิงค์ในการหาข้อมูลคร่าวๆด้วย
อ.อดุล ---> ไม่ได้แนะนำผมแต่ผมแอบไปเก็บข้อมูล ฮ่าฮ่าฮ่า อ้อ...รูปชาวเขาบนภูชี้ฟ้าสวยมากครับ
CIVILROOM ---> แนะนำเรื่องโปรแกรมเที่ยวและร้านอาหาร
มือปราบแมว ---> แนะนำเรื่องที่พักบนทางขึ้นภูชี้ฟ้านั่นคือลักษณ์ภูชี้ฟ้า
กระต่ายไม่ขูดมะพร้าว ---> ขอบคุณกับเรื่องกับระเบิด ตลกๆริมพงหญ้าทางขึ้นไปภูชี้ฟ้า
udid ---> แนะนำร้านอาหารสลุงคำ อาหารแนวพื้นเมือง ตัวเมืองเชียงราย
Waterman (LN106) ---> ขานี้ต้องยกให้เป็นเจ้าพ่อเส้นทางต่างๆในเชียงรายเลยครับ กรมชลประทานมาเอง และช่วยแนะนำร้านอาหารเยอะแยะไปหมด จำไม่หวาดไม่ไหว ข้อมูลแน่นมาก
sueko ---> นักกินแห่งห้องเที่ยวไปกินไป ช่วยแนะนำพายแม่จรินทร์ว่าอร่อย จึงทำให้เราอยากไปชิมบ้าง
และอีกหลายๆท่านที่ไม่ได้กล่าวถึง รวมทั้งเพื่อนๆที่เข้ามารอเชียร์และรอชมครับ flower
เว็บไซท์ที่เกี่ยวข้องและเบอร์โทรติดต่อ
http://wichai.dru.ac.th/gummoon/webboard/show.php?Category=&No=471 ---> กลุ่มคนเฒ่าคนแก่ พิพิธภัณฑ์เล่นได้ ต.ป่าแดด อ.แม่สรวย Tel. 053 708-070, 053 708-500, 089 999-8537
http://www.ps-car-rent.com/ ---> พลศักดิ์รถเช่า ร้านให้เช่ารถท้องถิ่นราคาถูกคุณภาพเยี่ยม Tel. 053 711-586 มือถือ 089 560-1851 (คุณสมนึก พลศักดิ์)
http://www.northwheels.com/ ---> นอร์ทวีลรถเช่า บริษัทให้เช่ารถประจำจังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย Tel. 053 740-585 (เชียงราย)
http://www.chiangkhong.net/html/tammila_gh_.html ---> บ้านตำมิละ(Tammila Guesthouse) tel. 053 791-234
http://www.lukphucheefah.com/index.htm ---> บ้านพัก ลักษณ์บริการภูชี้ฟ้า Tel. 085 723-9139, 089 759-1691, 081 673-1216
http://web.chiangrai.net/tourcr/customer/Phucheefah_Inn/phucheefahInn.html ---> บ้านพัก ภูชี้ฟ้าอินน์ Tel.0-5391-8225 , 0-1960-6537 (คุณเอกชัย)
http://www4.sac.or.th/museumdatabase/detail_museum.php?get_id=28-013&word= ---> พิพิธภัณฑ์เล่นได้
http://www.tat.or.th/travelsample.asp?prov_id=57 ---> ข้อมูลจังหวัดเชียงรายจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
สรุปค่าใช้จ่าย
1.ค่าเดินทางด้วยเครื่องบินจากสนามบินสุวรรณภูมิไปสนามบินเชียงราย(ไป-กลับ) = 3,231.40 บาท/ 2 คน
2.ค่าเช่ารถขับเองในเชียงราย(HONDA CITY i-DSi AUTO) = 1200 บาท x 3 วัน - 100 บาท(ต่อได้ 100) = 3,500 บาท
3.ค่าน้ำมันตลอดทั้งทริป 790+200+210+210+500+200 = 2,110 บาท
4.ค่าที่พัก = 350(คืนแรก) + 500(คืนที่สอง) = 850 บาท
5.ค่าถ่านอัลคาไลน์ 1 ชุด = 80 บาท
6.ค่าอาหาร เครื่องดื่ม ของฝาก ของที่ระลึกและอื่นๆ = 1,950 บาท
7.อื่นๆ ค่าบรรยากาศสถานที่ท่องเที่ยว = ไม่เสียมีแต่ได้
รวมทั้งหมด 11,721.40 บาท หรือ 5,860.70 บาท/คน
ข้อมูลน่าสนใจจาก GPS iQue 3600
1.แผนที่เวอร์ชั่นของปี 49 พาเราไปไร่แม่ฟ้าหลวงแบบผิดสถานที่ โดยไปโผล่ที่อู่รถเก่าเฉยเลย
2. GPS เลือกเส้นทางจากภูชี้ฟ้าไปตัวเมืองเชียงรายแบบไม่ถูกต้องนัก ต้องใช้ Edit Via เพื่อช่วยให้ไปเส้นทางหลัก 1020
3.ระยะทางรวมทั้งหมดใน 3 วันของการขับรถเที่ยวประมาณ 920 กม.
Original Published on www.pantip.com at [ 7 ก.พ. 50 23:53:30 ] as below link
http://topicstock.pantip.com/blueplanet/topicstock/2007/02/E5118410/E5118410.html
เห็นว่าบทความนี้น่าสนใจ รบกวนกดแชร์ด้วยครับ
0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น