วันศุกร์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2550

หลีเป๊ะ...เกาะสวาท หาดสวรรค์ ภาค 2 ตอน 1.66 ขึ้นเกาะหินงาม ชมความงามของหินกลมมน แล้วไปดำน้ำตื้นชมกัลปังหาต่อก่อนกลับที่พัก(Part II)


พอขึ้นจากน้ำที่ร่องน้ำจาบังเสร็จ ผมก็รีบจัดแจงเปลี่ยนแบตฯของกล้องโดยทันที ยังนึกแค้นอยู่ไม่หายที่แบตฯดันมาหมดตอนช่วงน้ำใสและกระแสน้ำเริ่มอ่อนลงแล้ว แต่ไม่เป็นไร พรุ่งนี้มาใหม่อีกครั้งไม่พลาดแน่

ปล.เพื่อให้เห็นภาพเต็มๆจอ รบกวนกด F11 ด้วยนะครับ(ตามแบบฉบับห้อง Gallery)


เกือบ 5 โมงเย็น เรือมุ่งหน้าไปเกาะหินงาม ซึ่งอยู่ไม่ไกลกันนัก มาครั้งนี้ผมได้สำรวจและทำความเข้าใจเกี่ยวกับตำแหน่งและระยะใกล้ไกลของเกาะต่างๆบริเวณนี้ได้ดีทีเดียว จะไม่ดีได้อย่างไรก็มาเป็นครั้งที่สองแล้วนี่


น้ำทะเลใสๆกับหินกลมมนที่สวยงามหลากสีสันงดงามสมชื่อจริงๆ


แต่ละคู่ก็พยายามหามุมที่คิดว่าถ่ายรูปออกมาสวยที่สุด ผมก็เช่นเดียวกัน


ผมเองถึงกับทำตัวขนานกับพื้นหินงามเพื่อหามุมที่คิดว่าดูดีที่สุดแล้ว แต่ก็ได้มาแค่นี้


 พอใช้เวลาไปกับการถ่ายมาโครหินงามเสร็จ ก็ได้เวลาขึ้นไปสำรวจข้างบนบ้าง ป้สยคำสาปเจ้าพ่อตะรุเตาหลายคนคงทราบดี


กองหินของใครไม่รู้ แต่ขอนำมาเป็นแบบก่อนละกัน


ป้ายคำสาปอีกมุมหนึ่ง ยามหลบแสงอาทิตย์ที่สาดส่องเข้ามา


เมื่อน้ำลด แลเห็นคราบสีเหลืองๆฉาบอยู่ระหว่างก้อนหิน ไม่แน่ใจว่าเป็นพวกแพลงตอนหรือไม่ ถ้าดูใกล้ๆจะเห็นมีแมลงตัวเล็กๆวิ่งเข้าวิ่งออกอยู่ตลอด  ด้านซ้ายบนของรูปคือเกาะจาบังนั่นเอง


น้ำใสมากจนเห็นหินสีขาวก้อนใหญ่ตั้งอยู่พื้นล่างของทะเล


ไหนดูใกล้ๆหน่อยซิว่าหินงาม งามอย่างไร ช่างเป็นลวดลายที่ธรรมชาติบรรจงสร้างสรรค์ขึ้นจริงๆ


ณ เวลานี้ เกาะหินงามทั้งเกาะเป็นของพวกเราแล้ว ช่างมีความสุขจริงๆ โดยไม่ต้องไปแย่งหามุมสวยๆถ่ายรูปกับคนอื่นๆ


ขอหยุดเวลาไว้แค่นี้ได้มั๊ย ?


ไม่น่าเชื่อว่าน้ำจะใสได้เพียงนี้  เลยทำให้รู้ว่าใต้ท้องทะเลรอบๆเกาะนี้ไม่ใช่ทราย แต่เป็นหินกลมมน


เช่าเรือรอบนี้ดูเหมือนผมจะเป็นคนคุมเวลาอย่างกับไกด์ก็ไม่ปาน ดูนาฬิกาบอกเวลา 17:22 น. คงได้เวลากลับไปดูกัลปังหาที่จุดดูระหว่างเกาะอาดังและหลีเป๊ะแล้ว เนื่องจากกลัวจะมืดซะก่อน ผมยังหวังลึกๆว่าดำเสร็จจะได้ขึ้นไปผาชะโด


อุ๊ย....มีผยูนเกยเรือด้วยแฮะ....แซวเล่นน้อง น้องแกเป็นหลานของโกหงวนนั่นเอง ยังไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรหรอก


ชายหาดเงียบสงบของเกาะอาดังซึ่งมองเห็นทางฝั่งซ้ายมือตอนเรือกลับไปยังหลีเป๊ะ


อีก 10 นาที 6 โมงเย็นก็มาถึงยังจุดดำน้ำสุดท้ายของวันนี้แล้ว คือ seafan หรือกัลปังหานั่นเอง ให้ตายเถอะ ผมยังไม่เคยเห็นเลยนะเนี่ย มาครั้งนี้ก็เพื่อเจ้านี่เหมือนกันนะ


ดำครั้งนี้เหมือนกับครั้งเดิมๆคือ ไม่พูดพร่ำทำเพลง ลงไปได้ก็กดอย่างเดียว ลืมบอกไปว่า จุดนี้สามารถเห็นกัลปังหาได้จากบนเรือโดยที่ไม่จำเป็นต้องลงน้ำทะเลก็ได้ แต่ถ้าลงทะเลจะเห็นได้ชัดกว่า


กัลปังหาพุ่มนี้สีชมพูหวานแหววเชียว


พุ่มเดิมแต่คนละมุมกัน


ซูมดูใกล้ๆกันบ้าง


เมื่อโดนแสง ทำให้สีสดทีเดียว


พุ่มนี้ออกสีชมพูเรื่อๆสลับสีขาว


ดูกันเพลินๆนะครับ


ภาพนี้อาจไม่ค่อยชัด แต่มีปลาว่ายผ่านหน้ากล้องถึง 2 ตัวด้วย


กลับมาที่สีแดงเหลืองอีกครั้ง


ตั้งใจลอยตัวนิ่งๆ รอปลาตัวนี้ว่ายมาเข้าฉากโดยเฉพาะนะเนี่ย


จริงๆแล้วกัลปังหาขึ้นอยู่ใต้ก้อนหิน


พุ่มไหนเป็นพุ่มไหน จำไม่ได้แล้ว


ดำสักพักก็โผล่พ้นน้ำมาอีกครั้ง พระอาทิตย์จวนจะตกอยู่เหมือนกันนะเนี่ย


สักครู่ก็ก้มหัวกลับไปดำใหม่


กัลปังหาสีชมพูรู้สึกจะมีแค่ 2 พุ่มที่เห็นนี่


บางช่วงก็มีฝูงปลาเข้ามาแหวกว่ายรอบๆกัลปังหาอย่างกับมีการประท้วงกันเลยนะ


มาเจอเจ้านี่ แทะๆเล็มๆบริเวณหินอย่างขะมักขะเม้น


หินตรงนี้แปลกแฮะ...มีสีแสดด้วย สีสดมากๆ


กัลปังหาสีชมพูเต็มๆอีกครั้ง


อีกมุมหนึ่ง


กลับมาดูสีแดงเหลืองกันอีกครั้งบ้าง


ช็อตนี้เหมือนกัน ลอยตัวรอปลาตัวนี้โดยเฉพาะเลยนะ ในที่สุดก็ว่ายผ่านหน้ากล้อง กลายเป็นดาราจำเป็นไปซะเลย


อีกสักรูป


6 โมง 1 นาทีแล้ว พวกเรายังไม่เลิกดำอีก มีบางคนชูสองนิ้วบอกสู้ตายด้วย


ลอยตัวมองไปฝั่งนี้เป็นเกาะหลีเป๊ะนั่นเอง


ชอบภาพนี้ ตะวันใกล้จะละขอบฟ้าที่ท้องทะเลสตูลเต็มที แต่เราก็ยังคงดำต่อไป 555


ใต้ซอกหินดูดีๆก็จะเป็นหอยเม่นแฝงกายอยู่เช่นเคย.


เจ้าปลาตัวนี้ก็แทะเล็มหาอาหารอยู่เรื่อยเลย งั้นตามไปดูใกล้ๆดีกว่า


นี่ไงๆ จะหนีไปไหน


พอดำน้ำจนอิ่มหนำสำราญแล้ว เวลาอย่างนี้เป็นไปไม่ได้เลยที่คิดจะขึ้นผาชะโด งั้นเก็บไว้ขึ้นในวันรุ่งขึ้นละกัน ยังไงก็ต้องขึ้นให้ได้

เราให้พี่คนเรือพาไปยังเกาะอาดังก่อน เพื่อไปส่งคุณเนตรและโอ๋และคุณหน่องกับเพื่อนอีกคน โดยทั้ง 4 คน วันนี้พักค้างคืนที่นี่ เสร็จแล้วเราก็กลับมายังฝั่งเม้าเท่นรีสอร์ท เกาะหลีเป๊ะอีกครั้ง โชคดีที่ได้เห็นพระอาทิตย์ตกน้ำสวยที่สุดครั้งหนึ่งของเราเลยก็ว่าได้


ระหว่างที่เรือแล่นแหวกน้ำทะเล ทางด้านซ้ายก็จะเป็นตอม่อของสะพานเทียบเรืออันเก่า


กลับมายังเกาะสวาท หาดสวรรค์อีกครั้งหนึ่งแล้ว ยามเย็นบริเวณชายหาดหน้าเม้าเท่นแห่งนี้ดูคึกครื้นไปถนัดตา จากการมานั่งชมวิวกินบรรยากาศยามพระอาทิตย์ตกดินของเหล่าชาวต่างชาติ


บรรบากาศพระอาทิตย์ตกดินแบบนี้จะไม่ให้หลงรักเกาะหลีเป๊ะเกาะนี้ได้อย่างไร


หลังจากถึงที่พักก็อาบน้ำชำระร่างกายเตรียมที่จะมาทานอาหารตรงวารินทร์รีสอร์ท หาดพัทยา แต่ไปๆมาๆ เห็นว่าเวลาล่วงไปถึงเกือบจะ 2 ทุ่มแล้ว เลยเปลี่ยนมาทานที่ร้านอาหารเม้าเท่นดีกว่า จะได้คุยกับโกหงวนเรื่องเหมาเรือไปดำน้ำเต็มวัน ในวันพรุ่งนี้ด้วย

ได้เจอคุณโกหงวนเป็นครั้งแรก แกเป็นคนอัธยาศัยดี คุยถูกคอ เลยให้แนะนำเมนูเด็ดๆในมื้อเย็นนี้ซะเลย ได้หมึกนึ่งมะนาว ต้มยำรวมมิตรทะเล และปลาเหลืองทอดขมิ้น อร่อยทั้งนั้น แต่แพงใช้ได้เลย


ดูกันเต็มๆตา หมึกๆๆๆ


 คืนวันศุกร์นี้ นักท่องเที่ยวได้จับจองโต๊ะบริเวณระเบียงซึ่งเป็นจุดชมวิวหมดแล้ว เรามาช้าไปหน่อยเลยได้นั่งบรเวณที่อยู่ถัดเข้ามาข้างใน แต่ไม่เป็นไร เพราะเราเคยได้นั่งจิบบรรยากาศแบบนี้มาเมื่อครั้งก่อนแล้ว


พอทานอาหารอิ่มกันเสร็จ ก็คิดโปรแกรมว่าจะเดินเล่นไปที่หาดพัทยา แต่พอเดินไปได้แค่โรงเรียนบ้านเกาะอาดังก็ต้องกลับเพราะมืดมากในยามนี้ แม้ว่าจะเอาไฟฉายมาก็ตาม บวกกับที่ครั้งก่อนยังจำได้ว่าเดินไปกลับเสียเวลาเป็นชั่วโมงเลย แถมพรุ่งนี้ยังต้องดำน้ำกันอีกเต็มวัน เราเลยเดินกลับไปที่เม้าเท่นด้วยประการทั้งปวง

คาร์ม่า บาร์ คืนนี้เปิดบริการอยู่ แต่เราไม่ได้ใช้บริการ จะมีก็แต่ถ่ายรูปแสงไฟสวยๆ


เกือบๆ 3 ทุ่มก็กลับขึ้นมายังที่พักเม้าเท่นรีสอร์ทเช่นเดิม คืนนี้คงได้สลบสไลเป็นแน่ เพราะเดินทางมาทั้งวันยังไม่ได้พักผ่อนเลย งั้นขอตัวไปพักผ่อนก่อนนะครับ แล้วพรุ่งนี้ตามไปดำน้ำแบบเต็มวันด้วยกัน คืนนี้ราตรีสวัสดิ์ครับ (_/\_)

Original Published on www.pantip.com at [ 28 มี.ค. 50 21:09:08 ] as below link
http://topicstock.pantip.com/blueplanet/topicstock/2007/03/E5268851/E5268851.html



เห็นว่าบทความนี้น่าสนใจ รบกวนกดแชร์ด้วยครับ

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น