แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แม่ฮ่องสอน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แม่ฮ่องสอน แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2550

ขับรถวนรอบตาก-แม่ฮ่องสอน-เชียงใหม่ ตอน 2 อีกครั้ง...บนทางหลวงหมายเลข 1095 แม่ฮ่องสอน-ปางมะผ้า-ปาย-แม่มาลัย


หลังจากที่เมื่อวานหลังคดหลังแข็งขับรถมาทั้งวันกับเส้นทาง 105 ต่อกับเส้นทาง 108 เพื่อเข้าสู่เมืองแม่ฮ่องสอน พร้อมๆกับได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศตัวเมืองแม่ฮ่องสอนเพียงไม่นานนัก วันนี้เราก็ต้องจากไปอย่างเสียไม่ได้ แม้ว่ามันจะใช้เวลาที่อยู่เมืองสามหมอกแห่งนี้เพียงไม่กี่ชั่วโมงก็ตาม

ผมนึกไปนึกมาว่าจะกลับเส้นทางไหนดีที่ใกล้ที่สุด ตอนแรกแพลนว่าจะกลับเส้นเดิมคือ 108 แล้วไปอ้อมเชียงใหม่กลับสู่เส้นทาง 1 หรือพหลโยธินเหมือนเดิม แต่เมื่อกด GPS แล้ว เจ้า iQue 3600 ของผมมันแนะนำเส้นทาง 1095 ที่ต้องผ่านปางมะผ้าและปายมาให้ ซึ่งผมเองไม่อยากผ่านตอนนี้เพราะเกรงว่าจะเสียเวลา แต่สุดท้ายก็ต้องใจอ่อนเชื่อ GPS หลวมตัวขับตามเส้นทางที่เจ้านี่บอกมา

แยกนี้เป็นแยกในตัวเมืองแม่ฮ่องสอนที่เป็นจุดบรรจบกันของทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 108 และ 1095 พอดี ซ้ายกลับไปแม่สะเรียงด้วยเส้น 108 ทางเดิมที่มาเมื่อวาน หรือขวาไปปายด้วยเส้น 1095 เส้นทางที่ GPS เลือกให้ ตามมาด้วยกันครับ เราเลี้ยวขวาไปตามป้ายบอกทาง


วันนี้ตื่นไม่เช้ามากนัก เพราะเมื่อวานเวลาส่วนใหญ่อยู่ในรถเก๋งคันเล็กๆทำให้ปวดหลังกันไปตามๆกัน เมื่อคืนเลยเป็นช่วงเวลาของร่างกายที่ได้พักผ่อนมากที่สุด

ตอนก่อนนอนก็ได้นึกไว้ในใจว่าถ้ามีแรงตื่นเช้า จะขึ้นไปปางอุ๋งซะหน่อยไปเยี่ยมลุงปาละและชิมกาแฟสดจริงๆ แต่ทำไงได้ ตื่นมาก็เกือบสิบโมงเช้าแล้ว แพลนที่หวังไว้เลยต้องตัดใจทิ้งไป เพราะไปและกลับอย่างเดียวก็เกือบๆ 2 ชั่วโมงแล้ว

พี่ศรีทัยผู้ดูพนาฮัทส์ได้เขียนโน้ตทิ้งไว้ที่โต๊ะทานอาหารเช้า ว่าออกไปข้างนอกคือไปโบสถ์ และตระเตรียมขนมและกาแฟคั่วไว้ให้เราทั้งสอง โห...ประทับใจมากครับ แกเองก็ออกขอบคุณเราที่ได้บอกข้อมูลว่ามีที่พักที่นี่อยู่ในตัวอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอนที่ราคาไม่แพง  แต่แกจะหนักหน่อยที่ดูแลรีสอร์ทคนเดียว เราแอบลุ้นว่าปีหน้าพี่'ทัยคงจะได้เป็นเจ้าของที่นี่อย่างเต็มตัว เอาใจช่วยครับ :)


แม้ว่าจะผ่านไปเกือบ 2 ปีที่เรามาเยือน พนาฮัทส์ (PANA HUT) ก็ยังเป็นกระท่อมท่ามกลางแมกไม้อย่างร่มเย็นเช่นเดิม พร้อมๆกับน้ำใจของพี่ศรีทัยที่มอบให้ลูกค้า


บริเวณนี้แหล่ะ ล็อบบี้ย่อยๆที่จัดให้ลูกค้ามานั่งผิงไฟหรือทานกาแฟร้อนๆพร้อมๆกับขนมตอนเช้าๆ


เกือบจะออกจากแม่ฮ่องสอนไปแล้ว แต่นึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้ทำกิจกรรมที่เตรียมไว้หลายอย่างเลย เช่น ส่งโปสการ์ดที่เหลือ 1 ใบและอีกอย่าง มาถึงที่นี่แล้วไม่มารับใบประกาศ 1864 โค้งก็กระไรอยู่ แต่เป็นที่น่าเสียดาย ผมลืมไปว่าที่นี่ปิดวันอาทิตย์ เลยอดไปสำหรับการมาเยือนครั้งนี้ ไม่เป็นไร ครั้งหน้ายังมี


เริ่มแล้ว ความโค้งชันบนเส้น 1095 จากตัวเมืองแม่ฮ่องสอนไปปางมะผ้า ชันกว่าเส้น 108 เยอะ


เที่ยงหน่อยๆก็ถึงจุดชมวิวปางมะผ้า แวะจอดเพื่อถ่ายรูปสักนิดแล้วไปต่อ เขาว่าถ้ำแม่ละนาก็น่าไป แต่ยาวมากๆ เคยครองแชมป์เป็นถ้ำที่ยาวที่สุดในไทยมาแล้ว


ประมาณเที่ยงครึ่งก็มาถึงปากทางเข้าถ้ำลอดหรือถ้ำน้ำลอดที่ปางมะผ้า ถ้าใครจะมาเที่ยวขอแนะนำเลยครับ ขับเข้าไปอีก 9 กม.


มาถึงตรงจุดนี้ก่อนเข้าปาย คุ้นๆว่าคราวก่อนกำลังทำทางและสะพานอยู่ มาคราวนี้ได้สะพานใหม่เอี่ยมแถมเส้นทางยังถูกเปลี่ยนเพื่อให้หลบน้ำป่าด้วย


มาถึงปายประมาณบ่ายโมงยี่สิบ สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยเวลามาถึงคือข้าวซอยร้านน้องเบียร์ ครั้งนี้สั่งข้าวซอยเนื้อ พร้อมๆกับลองหมูสะเต๊ะด้วย เลยทำให้จำเป็นต้องยกเลิกส้มตำหน้าอำเภอไปโดยปริยาย


ทานจนอิ่มก็เดินมาดูอะไรเพลินแถวๆนี้ โปสการ์ดสวยๆร้านมิตรไทย


ร้านกาแฟที่เกือบจะเป็นสัญลักษณ์ของที่นี่(ด้านดีหรือไม่ดีตัดสินกันเอาเอง) เลยได้แต่ถ่ายรูปมุมสวยๆมาแค่นั้น สังเกตว่าสีถ้วยชงกาแฟเปลี่ยนสีจากสีส้มเป็นสีเหลืองดังที่เห็น


ว่าจะไม่จอดแวะรายทางอีกแล้วเชียว แต่อดใจไม่ไหวเมื่อเห็นร้านกาแฟโลเคชั่นสวยๆ ก่อนออกจากเมืองปาย งั้นแวะเข้าไปชิมกันดีกว่า coffee in love


ข้างๆก็เป็นบ้านของเจ้าของร้าน สอบถามมาได้ความว่าจะเอามาทำร้านอาหาร และรู้สึกเจ้าของจะเป็นคนเดียวกับปายวิมานรีสอร์ทด้วย รวยจริงๆเลย


ออกแบบร้านเป็นพื้นปูนขัดมันแล้วยังตกแต่งด้วยลายดอกไม้สวยๆบนพื้นกระจายกันไป เก๋จริงๆครับ


แค่ภาพถ่ายคงถ่ายทอดบรรยากาศจริงได้ไม่หมด แต่ขอบอกว่าวิวนั่งจิบกาแฟแล้วมองดูขุนเขาน้อยใหญ่ไป ช่างมีความสุขซะจริงๆ


จุดสุดท้ายก่อนออกจากเมืองปายจริงๆแล้ว นั่นคือสะพานประวัติศาสตร์ (ท่าปาย) มาครั้งนี้ถูกทาสีเขียวซะใหม่เอี่ยมอ่องเลย ทุกทีถ้าจำไม่ผิดจะเป็นสีดำ


ระหว่างขับรถออกจากปายแล้วผ่านห้วยน้ำดัง ผมจำทางโค้งช่วงหนึ่งได้จากโปสการ์ดที่ขายอยู่แถวร้านขายโปสการ์ดที่ปาย ดังนั้นเพื่อไม่ให้พลาดโอกาสสำคัญในการเก็บภาพ อีกทั้งเรื่องความปลอดภัยในจอดรถ ผมจึงต้องขับนำหน้ารถไปไกลๆแล้วต้องเปลี่ยนเลนส์ล่วงหน้าจากเทเล เป็นเลนส์ช่วง 18-55 mm. เพื่อจะได้ใช้เวลาไม่นานนักในการจอดรถข้างทางแล้วลงไปถ่ายรูป ในที่สุดก็ได้ตามที่ตั้งใจไว้ ช่างเป็นทางโค้งที่สวยงามจริงๆ


อีกร้านหนึ่งที่อ.แม่แตงทางลงจากเขาที่ผมต้องแวะให้ได้ มาวันนี้โชคดีร้านไม่ปิดเหมือนครั้งที่สองที่มา เลยขับรถเข้าไป  ร้านแป้นเกร็ดคอฟฟี่ คอนเนอร์ 2 สั่งเดิมๆคือ เอสเปรสโซ่และผัดไทกุ้งสด ราคาอาหารไม่แพงเลย แถมยังได้ดูแกลอรี่ย่อยที่เจ้าเขาเขาเอามาโชว์ที่นี่ด้วย


ห้องน้ำก็เป็นจุดที่ยังประทับใจเมื่อครั้งมาตอนครั้งแรกโน้น


มาเสริฟแล้วผัดไทกุ้งสด อร่อยดีครับ


และแล้วทริปตะลอนขับรถเกือบสองพันกิโลเมตรก็ได้สิ้นสุดลง เป็นอะไรที่เมื่อยมากๆ เพราะขากลับต้องขับต่อไปกรุงเทพไม่ใช่สระบุรีแต่อย่างใด ทำให้ถึงบ้านเกือบตีหนึ่ง แต่ก็ยังไม่เข็ด ไว้ว่างๆคงได้ขับรถแบบนี้แต่ขอให้มีระยะเวลาที่มากขึ้นกว่านี้หน่อย แล้วจะเที่ยวได้มากกว่าทริปนี้ 

ขอขอบคุณสปอนเซอร์รายใหญ่ รถเก๋งฮอนด้า ซิตี้ 1.5 Exi Auto อายุ 10 ปี และที่ขาดไม่ได้กับสภาพถนนที่สมบุกสมบั่น นั่นคือยางมิเชลินอีเนอร์จี้ หรือยางประหยัดน้ำมัน แต่ไม่ประหยัดตังค์ 555 ขอบคุณที่พลัดหลงเข้ามาดูจนถึงข้อความนี้ครับ ราตรีสวัสดีครับ (_/\_) 

[ตอน 1] [ตอน 2]

วันเสาร์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2550

ขับรถวนรอบตาก-แม่ฮ่องสอน-เชียงใหม่ ตอน 1 อีกครั้ง...บนทางหลวงหมายเลข 105 และ 108 ตาก-แม่สอด-ท่าสองยาง-แม่สะเรียง-แม่ฮ่องสอน


และแล้วผมก็ได้กลับมาขับรถชมวิวบนเส้นทางที่ใครๆว่าอันตรายอีกครั้งหนึ่งจากที่เคยขับมาแล้วครั้งแรกในบิ๊กทริปครั้งที่สองเมื่อต้นปี 49 ที่ผ่านมา  นั่นคือทางหลวงหมายเลข 105 ซึ่งเริ่มต้นที่ตาก-แม่สอด-แม่ระมาด-ท่าสองยาง-สบเมยไปบรรจบทางหลวงหมายเลข 108 ที่แม่สะเรียง แต่ครั้งนั้นเป็นการขับในทิศทางที่ตรงข้ามกันคือจากแม่สะเรียงมาตัวเมืองตาก

ระยะทางคร่าวๆของเส้นนี้คือประมาณ 300 กม.ซึ่งจะผ่านอุทยานแห่งชาติอยู่หลายแห่ง เช่น อช.ลานสาง อช.ตากสินมหาราช อช.แม่เมย อช.แม่เงา และอช.สาละวิน ตามลำดับ สองข้างทางเต็มไปด้วยธรรมชาติที่รายล้อม ผนวกกับชนพื้นเมืองชาวกระเหรี่ยงและชาวพม่าอพยพ เนื่องจากเป็นเส้นทางที่อยู่ประชิดติดกับชายแดนไทย-พม่า หลายคนจึงค่อนข้างที่จะกลัวเรื่องความปลอดภัยในการที่จะขับรถเส้นทางนี้

ผมเลือกมาเส้นนี้เพราะอยากเปลี่ยนบรรยากาศกับเส้นทางเดิมๆบ้าง อีกอย่างอยากที่จะมาเพื่อค้นหาบ้านห้วยห้อม ซึ่งเป็นโฮมสเตย์เปิดใหม่ของอำเภอแม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอนเขา ซึ่งชาวบ้านจะเลี้ยงแกะเพื่อนำมาทอขนและปลูกกาแฟพันธุ์อาราบีก้า หอมอร่อย เส้นทางนี้ดูจะเหมาะสมสุดแล้วสำหรับนักเดินทางที่ชอบขับรถเป็นชีวิตจิตใจไม่จำเจเช่นเดียวกับผม แต่สุดท้ายโฮมสเตย์ที่ว่านั้นเราจะได้ไปกันหรือไม่ คอยดูกันต่อไป


ออกเดินทางจากแก่งคอยประมาณตีสามครึ่ง พอขับไปได้เกือบจะถึงตัวเมืองสระบุรีก็ต้องย้อนกลับมาที่พักเนื่องจากนึกขึ้นได้มาลืมของสำคัญไป นั่นคือกล้องนั่นเอง ทำให้เสียเวลาอยู่ไม่น้อยทีเดียว รวมๆแล้วก็ครึ่งชั่วโมง

ระหว่างทางฝนตกพอประมาณจนบางครั้งนึกอยากจะเบนเข็มเลี้ยวรถเข้ากรุงเทพกลับบ้านซะเลย แต่สุดท้ายก็ประคองรถและขับมาเรื่อยๆ พอเข้าสิงห์บุรีฝนก็เริ่มซาแล้ว หลังจากนั้นฟ้าก็เริ่มสาง พอมีกำลังใจมากยิ่งขึ้น ประมาณแปดโมงเช้าก็ถึงตากเลี้ยวเข้าเส้น 105 พอดี แวะเติมน้ำมันบางจากเต็มถังแล้ววิ่งต่อ แล้วมาหยุดหาตู้ไปรษณีย์ที่ตลาดมูเซอที่นี่นั่นเอง


ระหว่างทางจากตากมาแม่สอดด้วยระยะทางประมาณ 75 กม. ทางก็คดโค้งไปตามเขา ใครที่ชอบขับรถจะรู้สึกสนุกในการขับเส้นทางนี้ไม่มากก็น้อย แต่การขับด้วยความระมัดระวังก็เป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่พวกเราควรคำนึงถึงนอกเหนือจากธรรมชาติสองข้างทาง

พอเลี้ยวขวาไปตามเส้นทางที่จะไปแม่ระมาด ถนนยังมีรถลาวิ่งอยู่พอควร ยังจะไม่โล่งเท่าไหร่นัก ดูป้ายบอกระยะทางก็ทำให้เรามีกำลังใจขับต่อไป เพราะหนทางนั้นยังยาวไกลอีกมากนัก แต่จะมีบางช่วงที่มีดินร่วงอยู่บ้างโดยสังเกตป้ายบอกให้ดีๆจะได้ระมัดระวังกัน สลับกันไปกับด่านตรวจจากเจ้าหน้าที่ทหารไทย อุ่นใจมิใช่น้อย


ผมหละชอบจริงๆกับเส้นทางที่ไม่มีคนใช้ มันทำให้ผมขับรถสบายมาก เห็นป้ายบอกทางไปถ้ำแม่อุสุตรงไปข้างหน้าแล้วก็คึกคักขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง แต่คงได้แค่ขับผ่านปากทางเข้าเฉยๆ คงไม่มีเวลาแวะไป


สองข้างทางก่อนถึงแม่ระมาด ทุ่งข้าวเขียวขจีสลับกับไร่ข้าวโพดที่รอการเก็บเกี่ยว


และแล้วก็มาถึงหมู่บ้านชาวกระเหรี่ยง(หรือเปล่า) หยุดแวะพักถ่ายรูปสักนิด


การปลูกบ้านเรือนแทรกไปตามต้นไม้ไล่ระดับไปตามเนินเขา ดูแล้วเป็นระเบียบและกลมกลืนไปกับธรรมชาติจริงๆ


สองข้างทางจะเห็นชาวกระเหรี่ยงเดินสวนกันไปมาอย่างขวักไขว่ บ้างก็ขึ้นรถสองแถวเพื่อไปยังอำเภอใกล้ๆเช่นท่าสองยาง เป็นต้น  ดังนั้นช่วงนี้ใครขับรถมาก็จะไม่เงียบเหงาหรือน่ากลัวแต่อย่างใดเลย


ชอบโค้งรูปตัว S แบบนี้จังเลย เอาจักรยานมาขี่แถวนี้คงดีไม่น้อย :P


ลืมไปว่าผมเตรียมนำโปสการ์ดมาส่งให้เพื่อนๆชาวคลับเรารักโปสการ์ด แต่เสียดายที่หาตู้แดงไม่เจอที่ตัวเมืองตากหรือละแวกใกล้ๆอช.ตากสินมหาราช เพราะผมทำโปสการ์ดรูปต้นกระบากใหญ่มา เลยนำมาส่งพร้อมกันกับโปสการ์ดที่เป็นรูปถ้ำแม่อุสุที่อ.ท่าสองยางนี้ทีเดียวละกัน


ประมาณ 10:37 น.ก็มาถึงปากทางเข้าถ้ำแม่อุสุ ที่นี่สวยจนได้รับเป็น Unseen in Thailand ซึ่งต้องยอมรับว่าสวยจริงๆ โดยเฉพาะเมื่อยามแสงแดดส่องลงมาผ่านช่วงที่ท้ายถ้ำด้วยแล้ว เกินจะบรรยาย แต่ครั้งนี้เราไม่มีเวลา เลยขอขับผ่านไป (ใครอยากชมความงามถ้ำแม่อุสุ คลิกบิ๊กทริป#2ที่ไปมาที่นี่)


อีกครั้งกับชื่อห้วยแปลกๆ นั่นคือห้วยชิกาโก้ระหว่างทางจากท่าสองยางไปสบเมย


10:57 น. ก็มาถึงยังปากทางเข้าอุทยานแห่งชาติสบเมย ซึ่งจะต้องเข้าไปอีก 11 กม. แต่เรามาพักรถและทานข้าวกลางวันที่นี้ก่อนจะเดินทางต่ออีกครั้ง


ระหว่างทางมีฝนพรำๆ ทำให้อากาศชื้นจึงมีหมอกลอยละลิ่วอยู่ปลายยอดเขาให้เห็นอยู่ทั่วไปตลอดทั้งเส้นทาง


ระหว่างทางก็มีวิวธรรมชาติให้จอดรถเก็บภาพอยู่เรื่อยๆ เราไม่รีบเร่งอะไรอยู่แล้ว


ไม่น่าเชื่อว่ามีน้ำตกอยู่ชิดติดถนนซะขนาดนี้ ตอนขับมาเส้นนี้เมื่อครั้งก่อน ผมจำไม่ได้ว่ามีหรือเปล่า ดูมันใหม่ๆชอบกล แต่ก็สวยไปอีกแบบ


น้ำตกนี้มีชื่อว่าน้ำตกทีมอโบ ยังอยู่ในเขตอ.ท่าสองยางครับ


และแล้วสิ่งที่ไม่ต้องการก็มาจนได้ ฝนนั่นเอง เทลงมาพักใหญ่ ดันมาตกตรงช่วงที่เป็นทางขึ้นเขาและถนนไม่ดีอีกต่างหาก เสียวๆว่าดินจะถล่มจังเลย แต่สุดท้ายก็ต้องฝืนใจขับต่อไป


ผมเห็นดอกนี้เด่นมาแต่ไกลเลย จะพบเจออยู่ตลอดทั้งสองข้างทาง โดยจะแซมใบไม้สีเขียวๆ ทำให้สะดุดตาเมื่อขับรถผ่าน อยากรู้จังมีชื่อว่าดอกอะไร


สองข้างทางจะเจอกับฝูงวัวและแพะอยู่ตลอด นอนกลางถนนเฉยก็มี ใครขับมาเส้นนี้ก็ระวังหน่อยละกันครับ


บ่ายโมงยี่สิบสี่ถึงอช.แม่เงาซึ่งตั้งอยู่ในเขตอ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอนแล้ว เช่นเคยว่าเราไม่ได้แวะ ขับผ่านต่อไป (ข่าวดีคือ ในมกราคม ปี 2008 ผมได้กลับมาที่อช.แม่เงาแบบพักค้างคืนและล่องแพที่นี่จนได้ คลิกเพื่อชม)


จริงๆจุดหมายปลายทางเราอยู่ที่บ้านห้วยห้อม อ.แม่ลาน้อย ซึ่งเราตั้งใจจะมาพักแบบโฮมสเตย์ที่นี่ แต่พอขับรถขึ้นเขาไปได้กลางทางคือ 15 กม.ทางจากลาดยางก็เป็นดังที่เห็น จริงๆถ้าฝนไม่ตกก็น่าจะไปได้แต่ฝนดันตกเลยให้ให้ถนนลูกรังเป็นดังสภาพที่เห็น มีน้ำเจิ่งนอง และยังมีอย่างนี้อีกหลายจุดกว่าจะถึง จากการสอบถามกับชาวบ้านที่ขับรถสวนมา เลยเป็นอันว่ายกเลิก ! กลัวรถจะมาพังน้ำเข้าซะก่อน ครั้นจะจอดรถไว้ที่บ้านชาวบ้านละแวกนี้แล้วโบกรถเข้าไปก็เกรงว่ารถจะหาย เลยเบนเข็มขับรถไปแม่ฮ่องสอนดีกว่า ไหนๆก็มาแล้ว


แพะแบะๆหยุดยืนจ้องหน้าระหว่างทาง ที่นี่เขาเลี้ยงไว้เยอะเชียว


ใกล้เย็นเต็มทีแล้ว ลงมาจากดอยจากขุนยวมเข้าเขตตัวเมืองแม่ฮ่องสอนแล้ว เจอวัดสถาปัตยกรรมแบบไทย-พม่าเป็นปกติของที่นี่


อีกจุดหนึ่งที่เห็นวิวขุนเขาน้อยใหญ่หลังจากที่เพิ่งผ่านมาหยกๆ เลยแวะชักภาพเก็บไว้ข้างทาง


ที่ไหนได้ ฝรั่ง 2 คู่ที่ขี่มอเตอร์ไซด์มา ก็เลียบแบบผมหยุดถ่ายรูปเช่นเดียวกัน ขำเลย


เรามาถึงตัวเมืองแม่ฮ่องสอนประมาณ 6 โมงเย็น อันดับแรกคือหาที่พักก่อน เลยนึกชื่อเฟิร์นริมธารรีสอร์ทจากกระทู้แม่น้องมีนได้ เราเลยขับเข้าไปดู แต่ไม่เวิร์คและราคาสูงไปด้วย แม้ว่าจะเป็นหน้าโลว์ก็ตาม เลยกลับไปใช้บริการพนาฮัทส์เช่นเดิม และก็ไม่ผิดหวัง เจอกับพี่ศรีทัย จำเราได้และมีที่พักด้วย เพราะมีเราเจ้าเดียวอีกแล้ว เลยจองไว้แล้วย้อนไปนมัสการพระธาตุดอยกองมูที่อยู่ใกล้ๆ พร้อมๆกับรายงานสดแบบ Report online เช่นเคย


แสงพระอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้าไปทุกทีแล้ว


เวลาผ่านไปสักเท่าใด สิงห์สองตัวก็ยังนั่งเฝ้าเมืองสามหมอดอยู่มิคลาย


ก่อนลงไปจากดอยกองมู ขอเก็บภาพสุดท้าย มาแม่ฮ่องสอน(ตัวเมือง)ครั้งไหน ไม่เคยเลยสักครั้งที่ไม่ได้มานมัสการพระธาตุดอยกองมู


ต่อจากนั้นก็ลงไปยังหนองจองคำ มาทานข้าวที่นี่ ยามนี้คนน้อย นักท่องเที่ยวไม่ค่อยมีเนื่องจากเป็นหน้าโลว์ทำให้ตัวเมืองแม่ฮ่องสอนเงียบไปถนัดตา เงียบจนอาจจะเหงาได้เลย

แล้วติดตามกันตอนต่อไปในวันรุ่งขึ้น ตอนกลับบนเส้นทาง 1095 แม่ฮ่องสอน-ปางมะผ้า-ปาย-เชียงใหม่ ขอจบด้วยรูปพระเจดีย์วัดจองกลางยามค่ำคืนครับ ขอบคุณเพื่อนๆที่เข้ามาอ่านและติดตาม ราตรีสวัสดิ์ครับ (_/\_)